
ตำรวจพัทยานำกำลังระงับเหตุ แก๊งค์โบลท์ปะทะแก๊งค์ตะวันออกกลาง ชาวบ้านเดือดร้อนขวัญผวา
เมื่อเวลา 05.00 น. ร.ต.อ.ปานสาร ครองสิทธิ์ รอง สวป.สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท เหตุเกิด ภายในซอยเย็นสบาย ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ให้ทราบ ก่อนนำกำลังเจ้าที่ตำรวจสภ. เมืองพัทยาไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ ภายในซอยพบทั้งคนไทย และชาวต่างประเทศสัญชาติตะวันออกกลางชาวคูเวต ตะโกนด่าทอกันไปกันมาลั่นซอย เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่างก็พากันแยกย้าย ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความเสียหายของผู้ประกอบการสองฝั่งข้างทาง เศษกระจกเศษแก้ว กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น ทั้งนักท่องเที่ยวและชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้ใกล้เคียง ต่างอยู่ในอาการหวาดผวา จากเหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้น ระหว่างกลุ่มวัยรุ่นชาวไทย และแก๊งชาวตะวันออกกลาง
สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า สังเกตุเห็นกลุ่มคนไทยทำร้ายชาวต่างชาติ โดยมีชาวบ้านเข้าไปห้ามปราม แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ฟังเสียงจึงพากันหลบหนีชุลมุน ก่อนจะแยกย้ายกันไป แต่ไม่นานกลุ่มวัยรุ่นคนไทยซึ่งเป็นกลุ่มประกอบอาชีพโบลท์ ยกพวกกันหลายสิบคน แล้วหยิบข้าวของ ขว้างปาใส่กลุ่มชาวต่างชาติ ทำให้กลุ่มชาวต่างชาติพากันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ทำให้ทรัพย์สินของผู้ประกอบการหลายร้านได้รับความเสียหาย ส่วนสาเหตุนั้นไม่ทราบว่าเกิดจากเรื่องใด
นอกจากนี้ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์อีกรายยังเปิดเผยอีกว่า ตนเองได้ยินเสียงอึกทึกโครม เมื่อออกมาดูก็พบว่า กลุ่มวัยรุ่นคนไทย ก่อเหตุทะเลาะวิวาท กับชาวต่างประเทศ โดยใช้ก้อนหิน ขว้างปาและทุบรถจักรยานยนต์ของชาวต่างประเทศได้รับความเสียหาย ทั้งยังขับขี่รถจักรยานยนต์แต่งซิ่งท่อไอเสียเสียงดัง ไล่กันไปมาสนั่น โดยกลุ่มวัยรุ่นชาวไทยทำร้ายร่างกายไม่เลือกหน้า
ขณะที่กล้องวงจรปิด รวมถึงชาวบ้านที่ถ่ายคลิปวิดีโอไว้ได้นั้น สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ชุลมุน ระหว่างกลุ่มโบลท์ และชาวตะวันออกกลาง ที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ทำให้นักท่องเที่ยว และชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง ต้องพากันหลบหนีเอาชีวิตรอด อย่างโกลาหล ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำลายภาพลักษณ์ เมืองท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
เบื้องต้น มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นชาวต่างประเทศจำนวนหลายราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาล พร้อมแนะนำให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ พร้อมนำกล้องวงจรปิด รวมถึงคลิปวิดีโอที่สามารถบันทึกบันทึกไว้ได้ ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเอาผิดกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมด ในการดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
About The Author
Views: 6